บทสรุป
การเกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้ส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมให้กับการบริหารทรัพยกรมนุษย์ในประเทศไทย เพราะการเคลื่อนย้ายแรงงานทักษะเสรีจะสร้างให้เกิดแรงกดดันต่อการปรับตัวของแรงงานทักษะทั่วทั้งภูมิภาค เราในฐานะที่เป็นนักบริหารทรัพยากรมนุษย์จึงจำเป็นต้องมีการรับมือทั้งในแง่ของตัวเราเองและทั้งในแง่ของการสร้างกระบวนบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ตอบสนองต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้น เวลาอีกเพียง 5 ปีต้องถือว่าเป็นเวลาอีกเพียงไม่นาน หากเราไม่มีการเตรียมการให้เป็นอย่างดีแล้ว ผลกระทบที่จะเกิดต่อทรัพยกรมนุษย์ในประเทศของเราจะเป็นไปอย่างรุนแรง ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนนั้นแล้ว ศักยภาพของประเทศที่จะอยู่รอดได้อย่างเต็มภาคภูมิในระดับอาเซียนก็ดูเหมือนเป็นไปอย่างเลือนลาง ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนที่เป็นนักบริหารทรัพยากรมนุษย์จะต้องตระหนักและลงมือทำ ณ จากวันนี้อย่างต่อเนื่องและจริงจัง
http://www.youtube.com/watch?v=r1pcKFncOSc
อ้างอิง
http://www.learners.in.th
http://www.hrchonburi.or.th
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สู่อาเซียน
วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2556
วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556
การพัฒนาทรัพยากรบุคคลเพื่อรองรับตลาดแรงงานขนาดใหญ่
ณ วันนี้เราต่างมีความฝันร่วมกันที่จะทําให้เกิดตลาดแรงงานขนาด ใหญ่ซึ่งขณะเดียวกันเราก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าตลาดแรงงานขนาดใหญ่ นี้จําเป็นต้องมีศักยภาพในแง่ข้อเท็จจริงซึ่งนั่นหมายถึงการมีแรงงานหรือ ทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพคุณภาพเพื่อรองรับการผลิตขนาดใหญ่ เพราะฉะนั้นภาระหน้าที่ประการหนึ่งอันมีต่อการบรรลุเป้าหมายความ มั่นคงและมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของอาเซียนก็คือการพัฒนาทรัพยากร บุคคลร่วมกัน และหลักตรรกะทั่วไปแล้วการปรับปรุงพัฒนาบางสิ่งนั้นจําเป็นที่ จะต้องเรียนรู้ถึงปัญหาและข้อจํากัดของสิ่งนั้นก่อนเพื่อจะได้พัฒนาใน ทิศทางที่ถูกต้อง สําหรับ10 ประเทศสมาชิกอาเซียนนั้นอุปสรรคที่เห็นได้ชัดเจนใน ระหว่างภูมิภาคเดียวกันคือความแตกต่างในเรื่องภาษาวัฒนธรรมทักษะ การทํางานเนื่องด้วยแต่ละประเทศต่างมีภาษาประจําประเทศของตนมี วัฒนธรรมที่แตกต่างและในแต่ละประเทศเองยังมีกลุ่มประชากรที่มีระดับ การศึกษาที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเป็นช่องว่างของการพัฒนา อุปสรรคจากภายนอกภูมิภาคที่อาจจะเกิดขึ้นได้คือบุคคลากรในบาง สาขาอาจถูกซื้อตัวไปทํางานในประเทศอื่นนอกภูมิภาค ประชาคมอาเซียนค่อนข้างให้ความสําคัญกับอุปสรรคและปัญหา ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคตจึงก่อให้เกิดนโยบายของประชาคมอาเซียน ที่จะพัฒนา “ทรัพยากรบุคคล”ของประชาคมอาเซียนซึ่งสามารถแบ่ง ออกเป็นการพัฒนาความร่วมมือในแง่มุมต่างๆดังนี้
1. 1. การพัฒนาด้านการศึกษาให้กับประชากรอาเซียนทั้งแง่ภาษา อังกฤษซึ่งกลายมาเป็นภาษากลางที่ใช้ ติดต่อสื่อสารและแง่เนื้อหาทางวิชาการ
1. 2. การพัฒนาทักษาฝีมือแรงงานในแต่ลาสายวิชาชีพหรือแม้กระทั่ง สายงานทั่วไป
1. 3. ปลูกจิตสํานึกในการอยู่ร่วมกันภายใต้ความหลากหลายทาง วัฒนธรรม
1. 4. สร้างอัตลักษณ์อาเซียนเพื่อให้เกิดความรู้สึกรักและผูกพันกับภูมิภาคของตนเอง
วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2556
แนวโน้นของผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในประเทศไทย
โดยการที่การพัฒนาไปสู่การเป็นเป็น 'ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน' จะก่อให้เกิดผลสำคัญประการหนึ่งก็คือ การที่แรงงานฝีมือทั่วทั้งภูมิภาคของประชาคมอาเซียนมีเงินทุนไหลเวียนโดยเสรี โดยในปี 2553 ได้มีการลงนามตกลงร่วมกัน 4 ฉบับที่จะตกลงร่วมกันที่จะเคลื่อนย้ายบุคลากรทักษะด้านวิศวกรรม สถาปนิก พยาบาล และการสำรวจ ก่อนจะขยายกว้างไปถึงแพทย์ ทันตแพทย์ รวมถึงนักบัญชี นักกฎหมาย และอื่น ๆ ไปถึงปี 2558
เป็นที่คาดว่า เมื่อมีการเปิดเสรีแรงงานเต็มที่จะมีการเคลื่อนย้ายแรงงานทักษะ อาทิ สถาปนิกและวิศวกรในอาเซียน ไปที่สิงคโปร์และมาเลเซียมากขึ้น แต่เมื่อกรอบการขยายบวกเป็นอาเซียนบวก 3 อาเซียนบวก 6 บุคลากรในภาคต่าง ๆ เช่น ภาคการเงิน ธนาคาร และไอที คาดว่าจะมีการเคลื่อนย้ายเข้ามาเมืองไทยมากขึ้น และโอกาสที่คนไทยจะเสียเปรียบจากการถูกแย่งงานก็จะมีมากขึ้น ดังนั้น เมื่อมองจากภาพที่กำลังจะเกิดขึ้นในมิติดังที่ได้กล่าวมา ผู้เขียนมองแนวโน้มด้านทรัพยากรมนุษย์ในประเทศไทยมีโอกาสเกิดสถานการณ์ดังต่ไปนี้
1. การโยกย้ายแรงงานที่ใช้ทักษะสูงจากไทยไปยังประเทศอาเซียนอื่น เช่น สิงคโปร์ มาเลยเซีย ในทางกลับกันก็จะเกิดการย้ายแรงงานทักษะจากประเทศอื่นมายังประเทศไทย เช่น จากฟิลิปินส์ กัมพูชา ลาว
2. การแข่งขันด้านแรงงานจะเข้มข้นมากขึ้น โอกาสที่การจ้างงานจะเป็นของนายจ้างมีมากขึ้นเพราะมีตัวเลือกในตลาดแรงงานที่มีจำนวนมากกว่าเดิม มีโอกาสที่จะจ้างงานด้วยค่าจ้างที่ถูกลงกว่าเดิม
3. ช่องว่างของความแตกต่างของศักยภาพของแรงงานทักษะจะมีช่องกว้างมากขึ้นกว่าเดิม อันเกิดจากการแข่งขันด้านการจ้างงานที่รุนแรง ทำให้แรงงานทักษะจะต้องพัฒนาตัวเองให้เกิดศักยภาพและความสามารถที่หลากหลายโดดเด่นกว่า “ผู้อื่น” ซึ่ง “ผู้อื่น” นับจากนี้ไปจึงไม่ใช่เป็นเพียงคนในตลาดแรงงานในประเทศของตนเองเท่านั้น แต่หมายรวมไปถึงคนในตลาดแรงงานที่อยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียนทั้งหมด 10 ประเทศด้วยกัน ดังนั้น ผู้ที่มีโอกาสในการพัฒนามากกว่าก็จะได้เปรียบมากยิ่งขึ้นไป
4. เกิดความต้องการทักษะความสามารถบางอย่างสูงกว่าที่เคยเป็นก่อนหน้านี้ โดยอย่างน้อยจะเป็นทักษะความสามารถเกี่ยวกับ
ทักษะความสามารถด้านภาษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาอังกฤษและภาษาจีน รองลงมาก็คือภาษาอื่นในประเทศอาเซียนที่แรงงานทักษะที่ไม่ใช่คนในประเทศนั้นสนใจจะไปทำงาน อย่างเช่น แรงงานทักษะในกัมพูชาที่ต้องการมาทำงานในประเทศไทย นอกจากจะมีทักษะภาษาอังกฤษอยู่ในเกณฑ์ดีแล้ว หากสามารถใช้ภาษาไทยได้ก็จะมีโอกาสดีกว่าผู้อื่น ทั้งนี้ ทักษะด้านภาษาที่ต้องการ ไม่ได้เป็นเพียงในระดับของการใช้ได้เท่านั้น แต่จะต้องอยู่ในระดับที่ใช้ได้เป็นอย่างดี
ทักษะการนำเสนอ ซึ่งจะต่อยอดจากทักษะด้านภาษา เพราะทักษะการนำเสนอจะเป็นความสามารถที่ทำให้บุคคลที่อยู่ต่างชาติต่างภาษาสามารถจะรับรู้และเข้าใจสิ่งที่เราต้องการเพื่อนำไปสู่การเห็นชอบ การอนุมัติ หรือการนำไปปฏิบัติได้
การมีความกล้าถามกล้านำเสนอความคิดของตน หรือที่เรียกว่า Assertiveness ซึ่งทักษะเรื่องนี้จะทำให้ผู้อื่นได้รับรู้ความคิดของเรา และเราก็จะได้รับทราบความคิดของอีกฝ่ายได้อย่างถูกต้อง เพราะคนไทยจะมีจุดอ่อนอย่างมากในเรื่องนี้ ทำให้คนชาติอื่นมองคนไทยด้วยความไม่เข้าใจซึ่งทำให้เราเสียโอกาสไป
การทำงานข้ามวัฒนธรรมและความหลากหลาย เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเข้าใจในความต่างทางวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ของแต่ละสังคม แล้วสามารถปรับตัว บริหารจัดการ และรับมือกับความแตกต่างทางวัฒนธรรมได้โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหา และสามารถสร้างผลสำเร็จในการทำงานได้แม้จะมีความต่างทางวัฒนธรรม ซึ่งแรงงานทักษะคนใดที่ปรับตัวได้ง่ายในการข้ามวัฒนธรรมทั้งการไปประจำที่อื่นหรือการทำงานร่วมกับคนชาติอื่นๆที่เข้ามาในประเทศของตน แรงงานทักษะคนนั้นก็จะมีโอกาสในการถูกจ้างงานดีกว่าผู้อื่น
ความพร้อมในการเดินทางทั้งช่วยคราวและไปประจำเป็นระยเวลานานยังต่างประเทศ แรงงานทักษะคนใดที่ไม่ยึดติดกับสถานที่ใดที่หนึ่ง มีความพร้อมที่จะเดินทางไปประจำยังประเทศใดก็ได้ หรือเดินทางไปที่ใดก็ได้ตามที่ได้รับมอบหมาย ก็จะมีโอกาสในการถูกจ้างงานดีกว่าคนอื่นๆ เพราะแม้ว่าปัจจุบันเราจะสามารถทำงานผ่านเครือข่ายการสื่อสารที่มีการพัฒนามาเป็นลำดับ แต่ความจำเป็นที่จะต้องมีคนไปทำงานประจำยังประเทศต่างๆก็ยังมีความจำเป็นในบางงานที่จะต้องอาศัยการควบคุมใกล้ชิดหรือจำเป็นต้องอาศัยการสื่อสารกันแบบต่อหน้า
การทำงานอย่างไม่จำกัดเวลาและสถานที่ ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารที่มีการพัฒนาไปมาก ทำให้ความเหลื่อมเวลาของแต่ละประเทศเช่น เวลาที่สิงคโปร์เร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง ไม่ได้เป็นอุปสรรคที่จะต้องจำกัดเวลาให้อยู่ในชั่วโมงทำงานอีกต่อไปดังนั้น แรงงานทักษะจึงต้องมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีด้านการสื่อสารทุกรูแบบเพื่อใก้สามารถทำงานกับเพื่อนร่วมงานที่อยู่ในประเทศต่างๆได้
5. การเกิดสำนักงานเสมือนจริงในสองลักษณะคือ การไม่มีสำนักงานประจำแต่มีสำนักงานที่ใช้ประชุมทางไกลโดยพนักงานยังประจำอยู่ในประเทศของตน หรือ อาจจะเกิดลักษณะของการทำงานข้ามประเทศเสมือนอยู่ในประเทศนั้น เช่น บริษัทมีสำนักงานตั้งอยู่ที่สิงคโปร์ แต่หน่วยงานให้บริการลูกค้าแบบคอลเซ็นเตอร์ตั้งอยู่ที่ฟิลิปปินส์
เป็นที่คาดว่า เมื่อมีการเปิดเสรีแรงงานเต็มที่จะมีการเคลื่อนย้ายแรงงานทักษะ อาทิ สถาปนิกและวิศวกรในอาเซียน ไปที่สิงคโปร์และมาเลเซียมากขึ้น แต่เมื่อกรอบการขยายบวกเป็นอาเซียนบวก 3 อาเซียนบวก 6 บุคลากรในภาคต่าง ๆ เช่น ภาคการเงิน ธนาคาร และไอที คาดว่าจะมีการเคลื่อนย้ายเข้ามาเมืองไทยมากขึ้น และโอกาสที่คนไทยจะเสียเปรียบจากการถูกแย่งงานก็จะมีมากขึ้น ดังนั้น เมื่อมองจากภาพที่กำลังจะเกิดขึ้นในมิติดังที่ได้กล่าวมา ผู้เขียนมองแนวโน้มด้านทรัพยากรมนุษย์ในประเทศไทยมีโอกาสเกิดสถานการณ์ดังต่ไปนี้
1. การโยกย้ายแรงงานที่ใช้ทักษะสูงจากไทยไปยังประเทศอาเซียนอื่น เช่น สิงคโปร์ มาเลยเซีย ในทางกลับกันก็จะเกิดการย้ายแรงงานทักษะจากประเทศอื่นมายังประเทศไทย เช่น จากฟิลิปินส์ กัมพูชา ลาว
2. การแข่งขันด้านแรงงานจะเข้มข้นมากขึ้น โอกาสที่การจ้างงานจะเป็นของนายจ้างมีมากขึ้นเพราะมีตัวเลือกในตลาดแรงงานที่มีจำนวนมากกว่าเดิม มีโอกาสที่จะจ้างงานด้วยค่าจ้างที่ถูกลงกว่าเดิม
3. ช่องว่างของความแตกต่างของศักยภาพของแรงงานทักษะจะมีช่องกว้างมากขึ้นกว่าเดิม อันเกิดจากการแข่งขันด้านการจ้างงานที่รุนแรง ทำให้แรงงานทักษะจะต้องพัฒนาตัวเองให้เกิดศักยภาพและความสามารถที่หลากหลายโดดเด่นกว่า “ผู้อื่น” ซึ่ง “ผู้อื่น” นับจากนี้ไปจึงไม่ใช่เป็นเพียงคนในตลาดแรงงานในประเทศของตนเองเท่านั้น แต่หมายรวมไปถึงคนในตลาดแรงงานที่อยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียนทั้งหมด 10 ประเทศด้วยกัน ดังนั้น ผู้ที่มีโอกาสในการพัฒนามากกว่าก็จะได้เปรียบมากยิ่งขึ้นไป
4. เกิดความต้องการทักษะความสามารถบางอย่างสูงกว่าที่เคยเป็นก่อนหน้านี้ โดยอย่างน้อยจะเป็นทักษะความสามารถเกี่ยวกับ
ทักษะความสามารถด้านภาษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาอังกฤษและภาษาจีน รองลงมาก็คือภาษาอื่นในประเทศอาเซียนที่แรงงานทักษะที่ไม่ใช่คนในประเทศนั้นสนใจจะไปทำงาน อย่างเช่น แรงงานทักษะในกัมพูชาที่ต้องการมาทำงานในประเทศไทย นอกจากจะมีทักษะภาษาอังกฤษอยู่ในเกณฑ์ดีแล้ว หากสามารถใช้ภาษาไทยได้ก็จะมีโอกาสดีกว่าผู้อื่น ทั้งนี้ ทักษะด้านภาษาที่ต้องการ ไม่ได้เป็นเพียงในระดับของการใช้ได้เท่านั้น แต่จะต้องอยู่ในระดับที่ใช้ได้เป็นอย่างดี
ทักษะการนำเสนอ ซึ่งจะต่อยอดจากทักษะด้านภาษา เพราะทักษะการนำเสนอจะเป็นความสามารถที่ทำให้บุคคลที่อยู่ต่างชาติต่างภาษาสามารถจะรับรู้และเข้าใจสิ่งที่เราต้องการเพื่อนำไปสู่การเห็นชอบ การอนุมัติ หรือการนำไปปฏิบัติได้
การมีความกล้าถามกล้านำเสนอความคิดของตน หรือที่เรียกว่า Assertiveness ซึ่งทักษะเรื่องนี้จะทำให้ผู้อื่นได้รับรู้ความคิดของเรา และเราก็จะได้รับทราบความคิดของอีกฝ่ายได้อย่างถูกต้อง เพราะคนไทยจะมีจุดอ่อนอย่างมากในเรื่องนี้ ทำให้คนชาติอื่นมองคนไทยด้วยความไม่เข้าใจซึ่งทำให้เราเสียโอกาสไป
การทำงานข้ามวัฒนธรรมและความหลากหลาย เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเข้าใจในความต่างทางวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ของแต่ละสังคม แล้วสามารถปรับตัว บริหารจัดการ และรับมือกับความแตกต่างทางวัฒนธรรมได้โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหา และสามารถสร้างผลสำเร็จในการทำงานได้แม้จะมีความต่างทางวัฒนธรรม ซึ่งแรงงานทักษะคนใดที่ปรับตัวได้ง่ายในการข้ามวัฒนธรรมทั้งการไปประจำที่อื่นหรือการทำงานร่วมกับคนชาติอื่นๆที่เข้ามาในประเทศของตน แรงงานทักษะคนนั้นก็จะมีโอกาสในการถูกจ้างงานดีกว่าผู้อื่น
ความพร้อมในการเดินทางทั้งช่วยคราวและไปประจำเป็นระยเวลานานยังต่างประเทศ แรงงานทักษะคนใดที่ไม่ยึดติดกับสถานที่ใดที่หนึ่ง มีความพร้อมที่จะเดินทางไปประจำยังประเทศใดก็ได้ หรือเดินทางไปที่ใดก็ได้ตามที่ได้รับมอบหมาย ก็จะมีโอกาสในการถูกจ้างงานดีกว่าคนอื่นๆ เพราะแม้ว่าปัจจุบันเราจะสามารถทำงานผ่านเครือข่ายการสื่อสารที่มีการพัฒนามาเป็นลำดับ แต่ความจำเป็นที่จะต้องมีคนไปทำงานประจำยังประเทศต่างๆก็ยังมีความจำเป็นในบางงานที่จะต้องอาศัยการควบคุมใกล้ชิดหรือจำเป็นต้องอาศัยการสื่อสารกันแบบต่อหน้า
การทำงานอย่างไม่จำกัดเวลาและสถานที่ ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารที่มีการพัฒนาไปมาก ทำให้ความเหลื่อมเวลาของแต่ละประเทศเช่น เวลาที่สิงคโปร์เร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง ไม่ได้เป็นอุปสรรคที่จะต้องจำกัดเวลาให้อยู่ในชั่วโมงทำงานอีกต่อไปดังนั้น แรงงานทักษะจึงต้องมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีด้านการสื่อสารทุกรูแบบเพื่อใก้สามารถทำงานกับเพื่อนร่วมงานที่อยู่ในประเทศต่างๆได้
5. การเกิดสำนักงานเสมือนจริงในสองลักษณะคือ การไม่มีสำนักงานประจำแต่มีสำนักงานที่ใช้ประชุมทางไกลโดยพนักงานยังประจำอยู่ในประเทศของตน หรือ อาจจะเกิดลักษณะของการทำงานข้ามประเทศเสมือนอยู่ในประเทศนั้น เช่น บริษัทมีสำนักงานตั้งอยู่ที่สิงคโปร์ แต่หน่วยงานให้บริการลูกค้าแบบคอลเซ็นเตอร์ตั้งอยู่ที่ฟิลิปปินส์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

